มาทำความรู้จักกับ รถยนต์ไฮบริดจ์ กันให้มากขึ้นดีกว่า

มาทำความรู้จักกับ รถยนต์ไฮบริดจ์ กันให้มากขึ้นดีกว่า

รถยนต์ไฮบริดจ์ หมายความว่าอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาช่วยอธิบายให้หายข้องใจกันแล้วครับ

คำที่จะอธิบายความหมายของคำว่า “รถยนต์ไฮบริดจ์” ให้พอเข้าใจกันได้ง่ายๆ นั่นก็คือ รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สองเครื่องจากแหล่งพลังงานที่ต่างกัน โดยที่มันทำงานผสมผสานกันอย่างกลมกลืน  โดยนำข้อดีของพลังงานแต่ละชนิดมาใช้อย่างคุ้มค่า ในรถยนต์ไฮบริดจ์ของแต่ละค่ายนั้นจะเลือกใช้เครื่องยนต์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันหรือที่เรียกกันว่าเครื่องยนต์สันดาปเป็นเครื่องยนต์หลัก มาทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ที่ใช้พัลงงานอื่น เช่น เครื่องยนต์มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องยนต์พลังงานไฮโดรเจนหรือเครื่องยนต์ชนิดอื่นๆ

แรกเริ่มเดิมทีนั้น โตโยต้า เป็นเจ้าแรกที่นำเทคโนโลยีไฮบริดจ์มาใช้ในเชิงพาณิชย์เพื่อจำหน่ายในวงกว้าง ในรุ่น พรีอุส ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1997  ถัดมาค่ายคู่แข่งอย่าง ฮอนด้า ก็ปล่อย ฮอนด้าอินไซต์ ตามออกมาในอีก 2 ปีให้หลัง จากนั้นรถยนต์ไฮบริดจ์ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุที่ได้รับความไว้วางใจจากบรรดาผู้ขับขี่ทั้งหลายในยุคเริ่มต้นก็เป็นเพราะว่าเป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงเบนซินเป็นหลักในแบบเดิมที่ยังคงเชื่อมั่นได้ในประสิทธิภาพบวกกับสมรรถนะใหม่จากมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมแหล่งพลังงานจากแบตเตอรี่ที่ไม่จำเป็นต้องเสียบปลั๊กแบบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วไปนั่นเอง

แต่เนื่องจากในช่วงเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดจ์ในยุคเริ่มต้นทั้งสองค่ายต่างก็นำเทคโนโลยีไฮบริดจ์ของตัวเองไปบรรจุอยู่ในรถยนต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งคัน นั่นก็คือ พรีอุสของค่ายโตโยต้าและอินไซต์ของค่ายฮอนด้า ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง จึงทำให้ลูกค้าในวงกว้างมีความลังเลระหว่างเงินก้อนใหญ่ที่จะแลกกับความประหยัด ส่งผลให้ยอดขายรถทั้งสองรุ่นไม่สามารถเทียบเท่ากับยอดขายของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ปกตินั่นเอง แต่ในปัจจุบันทั้งสองค่ายรวมทั้งบรรดาค่ายรถอื่น ๆ ได้ปรับเปลี่ยนแผนโดยการนำเครื่องยนต์ไฮบริดจ์มาใส่ไว้ในรถยนต์ที่มีขายอยู่ทั่วไปในตลาดเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้าทั่วไป โดยในฝั่ง โตโยตา ได้นำเอาระบบไฮบริดจ์มาใส่ไว้ในแคมรี่ ส่วนทาง ฮอนด้า นั้นก็นำมาใส่ไว้ใน ซีวิค แอคคอร์ด รวมทั้ง แจ๊ส เพื่อให้ลูกค้าทั่วไปเข้าถึงเทคโนโลยีไฮบริดจ์ได้ง่ายขึ้น

หลักการทำงานของเครื่องยนต์ไฮบริดจ์ก็คือ เมื่ออยู่ในขณะออกตัวและในช่วงที่ใช้ความเร็วต่ำนั้นมอเตอร์ไฟฟ้าจะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เป็นตัวขับเคลื่อน โดยแบตเตอรี่นั้นจะเป็นชนิด High Voltage Nickel Metal Hydride แบบเดียวกับแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ แต่มีขนาดใหญ่กว่ามากรวมทั้งยังมีประสิทธิภาพสูงกว่าอีกด้วย

ส่วนในขณะเร่งเครื่องด้วยความเร็วสูงหรือช่วงที่รถต้องการใช้แรงมาก ๆ เช่น การขึ้นเขา นั้นระบบขับเคลื่อนจะใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เบนซินร่วมกันเพื่อให้ได้พละกำลังสูงสุดและเพียงพอต่อการใช้งาน สำหรับช่วงเวลาที่ลดความเร็วลง หรือขณะที่ลงทางลาดชันนั้นระบบจะใช้แรงเฉื่อยปั่นกระแสไฟฟ้ากลับเข้าไปชาร์จพลังงานไปเก็บสำรองไว้ในแบตเตอรี่ทดแทน

ข้อดีอย่างแรกของรถยนต์ไฮบริดจ์ก็คือ การใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนมอเตอร์จะไม่มีมลพิษใด ๆ ออกมาเลย จะมีก็แต่มลพิษจากไอเสียในขณะที่เครื่องยนต์เบนซินทำงานเท่านั้น จากการทดสอบหาค่าไอเสียจากรถยนต์ไฮบริดจ์ในการใช้งานจริงบนถนนในเมืองจะพบว่ามีค่าไอเสียที่ออกมาโดยรวมต่ำกว่ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินปกติเพียงแค่ 1 ใน 10 เท่านั้น อีกทั้งยังสามารถลดค่า CO2 ลงได้ถึง 50% เลยทีเดียว ข้อดีที่สำคัญอีกข้อหนึ่งก็คือการประหยัดน้ำมันลงกว่าครึ่ง เนื่องจากเครื่องยนต์ไม่ต้องทำงานตลอดเวลาเพราะมีมอเตอร์ไฟฟ้าคอยช่วยในการขับเคลื่อน รวมทั้งการที่ระบบไฮบริดจ์สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าไปเก็บสำรองไว้ในแบตเตอรี่ในขณะที่ลดความเร็วหรือเกิดแรงเฉื่อยขึ้นนั้นก็ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาชาร์จแบตเตอรี่เหมือนรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปจึงทำให้การใช้งานสะดวกสบายเหมือนรถยนต์ปกติ อีกทั้งยังช่วยลดมลภาวะทางเสียงลงได้อีกด้วย ส่วนข้อเสียของรถยนต์ระบบไฮบริดจ์นั้นก็เห็นจะมีเพียงแค่ราคาที่สูงกว่าและการบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง

รถยนต์ไฮบริดจ์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้คุณประหยัดค่าน้ำมันได้มากขึ้นในยุคที่ค่าน้ำมันมีแต่จะสูงขึ้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะลดลงง่าย ๆ อย่างนี้ คงต้องเลือกแล้วละครับว่าจะยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อการประหยัดในระยะยาวหรือไม่แล้วละครับ หรืออ่านเรื่อง

การสอบใบขับขี่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เตรียมตัวสักนิด ผ่านฉลุย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *